snsd

Loading...

วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ไมเกรนเกิดจากอะไร เเละ วิธีการรักษาอาการปวดหัวข้างเดียว

ไมเกรนเกิดจากอะไร เเละ วิธีการรักษาอาการปวดหัวข้างเดียว

ไมเกรนเกิดจากอะไร เเละ วิธีการรักษาอาการปวดหัวข้างเดียว อาการนี้ผมเชื่อว่าถ้าใครเครียดๆ เเละไม่ค่อยได้ผักผ่อนมีโอกาสเป็นโรคนี้สูงครับ ดังนั้นควรดูเเลสุขภาพครับพี่น้อง
ศ.นพ.กัมมันต์ พันธุม จินดา หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานชมรมศึกษาโรคปวดศีรษะ อธิบายว่า ไมเกรนเป็นโรคทางสมองชนิดหนึ่งที่เกิดจากก้านสมองไวต่อการกระตุ้น และมีการทำงานผิดปกติ โดยผู้ป่วยส่วนหนึ่งได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม พบญาติทางแม่มากกว่าทางพ่อ





โรคไมเกรน จัดเป็นโรคปวดศีรษะที่พบบ่อย เป็น ๆ หาย ๆ อุบัติการณ์พบได้ประมาณ 17% คือ 100 คนจะเป็นโรคไมเกรนประมาณ 17 คน

จากการศึกษาทางระบาดวิทยาในประเทศไทย พบว่า ผู้ป่วยไมเกรนส่วนใหญ่จะมีอายุระหว่าง 20-40 ปี เพศหญิงมีโอกาสเป็นไมเกรนได้มากเป็น 3 เท่าของเพศชาย เนื่องจากมีปัจจัยเรื่องของฮอร์โมนเข้ามาเกี่ยวข้อง

ลักษณะอาการปวดไมเกรน คือ ปวดศีรษะข้างเดียว แต่ในบางครั้งปวดทั้งศีรษะก็ได้ อาการปวดจะเป็นมากบริเวณกระบอกตาและต้นคอ ปวดแบบตุ๊บ ๆ แต่เป็นลักษณะอื่นได้เช่นกัน ลักษณะปวดมักปวดรุนแรงจนเป็นอุปสรรคต่อการทำงานหรือทำกิจวัตรประจำวัน การทำกิจกรรมบางอย่างที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวศีรษะ เช่น การขึ้นลงบันไดจะทำให้ปวดศีรษะเพิ่มมากขึ้น มีคลื่นไส้ หรืออาเจียนร่วมด้วย ขณะปวดศีรษะผู้ป่วยจะไวต่อแสงหรือเสียง ทำให้ต้องหลบไปนอนในที่มืดและเงียบเพื่อให้อาการดีขึ้น ระยะเวลาการปวดประมาณ 4-72 ชั่วโมง บางครั้งนานกว่านี้ อาจมีอาการนำ ซึ่งพบประมาณ 20% ของผู้ป่วยโดยเฉพาะการมองเห็นที่ผิดปกติ เช่น เห็นภาพเป็นคลื่น เป็นจุดหรือแสงแฟลช มองไม่ชัด ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเหน็บชา หรือรู้สึกยิบ ๆ บริเวณแขนหรือหน้า บางครั้งอาจมีอาการพูดลำบาก อาการเหล่านี้จะเกิดก่อนอาการปวดศีรษะประมาณ 20 นาทีถึง 1 ชั่วโมง

แนวทางการรักษามีอยู่ 2 แนวทางใหญ่ ๆ คือ

1.การรักษาอาการปวดในช่วงที่ผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะ ถ้าผู้ป่วยที่ปวดศีรษะไม่มากยังสามารถทำงานได้ ให้รับประทานยาแก้ปวดอย่างเดียว หรืออาจรับประทานยาแก้ปวดที่มีส่วนผสมของกาเฟอีนร่วมด้วย ข้อสำคัญคือ ควรรีบรับประทานยาขณะที่เริ่มมีอาการปวด อย่ารอให้อาการปวดมากจนเกิดอาการเจ็บที่หนังศีรษะ แต่ถ้าอาการปวดศีรษะรุนแรงจนไม่สามารถทำงานได้ รับประทานยาข้างต้นแล้วไม่ดีขึ้น ควรรับประทานยารักษาอาการปวดศีรษะไมเกรนโดยเฉพาะ เช่น ยาเออร์กอต หรือยากลุ่มทริปแทน โดยยาดังกล่าวมีข้อควรระวังคือ ไม่ควรใช้ยาแก้ปวดติดต่อกันนานเกิน 3 วันต่อสัปดาห์ เพราะจะมีผลทำให้ปวดศีรษะเพิ่มขึ้น และถ้าผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะบ่อย ๆ เช่น มากกว่า 2 ครั้งต่อเดือนควรจะต้องได้รับยารักษาแบบป้องกันร่วมด้วย

2.การรักษาแบบป้องกัน เนื่องจากไมเกรนเป็นโรคที่เป็น ๆ หาย ๆ ดังนั้นผู้ป่วยบางรายอาจมีความจำเป็นต้องรับประทานยาป้องกัน ซึ่งยาในกลุ่มนี้ได้แก่ ยากลุ่มต้านโรคซึมเศร้า กลุ่มสกัดกั้นเบต้า ยากลุ่มสกัดกั้นแคลเซียม ยากันชัก ยาต้านเซอร์โรโตนิน โดยยาเหล่านี้มีผลการศึกษาแล้วว่า ได้ผลในการป้องกันอาการปวดศีรษะ แต่เนื่องจากยาในแต่ละกลุ่มมีผลข้างเคียงที่แตกต่างกัน เช่น ยาในกลุ่มสกัดกั้นเบต้า อาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ซึมเศร้า ยาต้านเซอร์โรโตนิน ยาสกัดกั้นแคลเซียม และยากันชักบางตัวอาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น หรือยากันชักบางตัวอาจทำให้น้ำหนักตัวลดลง

การป้องกันโดยไม่ต้องใช้ยา ผู้ป่วยต้องสำรวจตัวเองว่ามีปัจจัยอะไรมากระตุ้นทำให้เกิดปวดศีรษะ และหลีกเลี่ยงปัจจัยดังกล่าว ก็จะช่วยลดอาการปวดไมเกรนได้ นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิต เช่น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก็ช่วยป้องกันอาการปวดศีรษะได้

ศ.นพ.กัมมันต์ กล่าวว่า การใช้ยาจะมีผลเสียระยะยาว คือ เมื่อกินยาแก้ปวดมากจะทำให้ไตเสื่อมได้ รวมทั้งอาจทำให้ติดยาและเกิดอาการปวดมากขึ้นท้ายสุดต้องเปลี่ยนวิธีการรักษา วิธีที่ดีที่สุดคือ ให้ความรู้แก่ประชาชน รวมทั้งแพทย์เพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถวินิจฉัยโรคได้ถูกต้อง เพราะในปัจจุบันพบว่าแพทย์ไทยวินิจฉัยโรคไมเกรนถูกเพียง 20% ที่เหลือส่วนใหญ่จะบอกว่าเป็นโรคเครียด แสดงให้เห็นว่าแพทย์ไทยยังขาดความเชี่ยวชาญเรื่องโรคไมเกรนอยู่

ด้าน ผศ.พญ.สิวาพร จันทร์กระจ่าง นายกสมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย รองประธานชมรมศึกษาโรคปวดศีรษะ กล่าวว่า ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะ ไมเกรน มีทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกร่างกาย

ปัจจัยภายในร่างกายได้แก่ อดนอน นอนน้อย หรือนอนมากไป ช่วงมีรอบเดือน เหนื่อยล้า อารมณ์เครียด หดหู่ใจ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้บางครั้งทำให้ผู้ป่วยหรือแม้แต่แพทย์เข้าใจผิดว่าผู้ป่วยเป็นโรคเครียดไม่ได้เป็นไมเกรน

ส่วนปัจจัยภายนอกร่างกายได้แก่ แสงจ้า เสียงดัง กลิ่นน้ำหอม ควันบุหรี่ อากาศร้อนจัด การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและฤดูกาล การเดินทางข้ามทวีป การขึ้นที่สูง อาหาร และเครื่องดื่มบางชนิดอาจทำให้เกิดอาการได้เช่น ถั่ว ช็อกโกแลต เนย กล้วย ไวน์แดง เบียร์ แชมเปญ หัวหอม อาหารหมักดอง อาหารรมควัน ผงชูรส ภาวะอดอาหาร ใน ขณะที่ยาบางชนิดที่ทำให้เกิดอาการ เช่น ยาโรคหัวใจ ยาฆ่าเชื้อ ยาต้านโรคซึมเศร้า ยาลดความดันโลหิตสูง วิตามินเอขนาดสูง กาเฟอีนหรือกาแฟเป็นได้ทั้งกระตุ้นและทำให้อาการ ไมเกรนดีขึ้น

ทั้งนี้ผู้ป่วยโรคไมเกรนมักมีภาวะเจ็บป่วยด้วยโรคอื่นร่วมด้วย ได้แก่ โรคทางระบบประสาท เช่น ลมชัก เวียนศีรษะ โรคอ้วน โรคทางจิตใจ เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด

ในการพิจารณาเลือกใช้ยารักษาแบบป้องกันจำเป็นต้องพิจารณาผู้ป่วยเป็น ราย ๆ ไป และควรเริ่มยาขนาดน้อย ก่อนแล้วค่อย ๆ เพิ่มจนควบคุมอาการปวดศีรษะได้ ยาในกลุ่มนี้มิใช่ยาแก้ปวด จึงใช้รักษาอาการขณะปวดศีรษะไม่ได้ แต่ยาในกลุ่มนี้จะทำให้อาการปวดศีรษะรุนแรงน้อยลง และปวดห่างขึ้น ข้อสำคัญคือยากลุ่มนี้ต้องรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานาน ประมาณ 4-6 เดือน ห้ามหยุดยาเองทันทีเพราะจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะมากขึ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น